ติดโซลาร์เซลล์แล้วทำไมไฟยังดับ? พร้อมวิธีเลือก Battery Backup

ช่วงมรสุมของภาคใต้ไม่ได้หมายถึงแค่ฝนตกหนัก แต่คือฝนที่อาจตกต่อเนื่องหลายวัน พายุฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า และไฟฟ้าดับโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า บางครั้งไฟดับนานหลายชั่วโมง หรือดับซ้ำหลายรอบภายในคืนเดียว

เจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อยติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟ และเข้าใจว่าบ้านจะยังมีไฟใช้เมื่อเกิดเหตุไฟดับ แต่เมื่อไฟดับจริงจึงพบว่า ระบบที่ติดตั้งไว้หยุดทำงาน และบ้านก็ดับไม่ต่างจากบ้านที่ไม่มีโซลาร์เซลล์

สาเหตุไม่ได้เกิดจากโซลาร์เซลล์ไม่มีประสิทธิภาพ แต่เกิดจากระบบโซลาร์เซลล์แต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้ทำงานต่างกัน ระบบที่ช่วยลดค่าไฟอาจไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สำรองไฟในกรณีฉุกเฉิน

บทความนี้จะอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่า เมื่อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับ ระบบโซลาร์เซลล์ช่วยอะไรได้บ้าง ระบบประเภทใดที่ยังสามารถจ่ายไฟให้บ้านได้ และเหตุใดการเลือกระบบให้เหมาะสมตั้งแต่แรกจึงสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับบ้านในพื้นที่ภาคใต้ที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนและเหตุไฟดับเป็นประจำ

โซลาร์เซลล์ยังทำงานได้ไหมเมื่อฝนตก

ก่อนจะพูดถึงเรื่องไฟดับ มีอีกหนึ่งคำถามที่เจ้าของบ้านจำนวนมากสงสัย คือแผงโซลาร์เซลล์ยังสามารถผลิตไฟได้หรือไม่ในวันที่ฝนตก ท้องฟ้ามืด หรือมีเมฆปกคลุมตลอดทั้งวัน

คำตอบคือ ยังผลิตไฟได้ แต่กำลังการผลิตจะลดลง

แผงโซลาร์เซลล์ไม่ได้อาศัยเฉพาะแสงแดดที่ส่องตรงมายังแผงเท่านั้น แต่ยังสามารถรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่กระจายอยู่ในบรรยากาศได้ แม้ในวันที่ท้องฟ้าปิด แสงบางส่วนก็ยังสามารถผ่านชั้นเมฆลงมาได้

อย่างไรก็ตาม ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความหนาแน่นของเมฆ ปริมาณฝน ช่วงเวลาในแต่ละวัน ทิศทางและมุมของแผง รวมถึงประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่ติดตั้ง ในวันที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง กำลังผลิตอาจลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับวันที่มีแสงแดดเต็มที่

แต่ประเด็นสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านไม่ได้มีเพียงว่าแผงผลิตไฟได้น้อยลงหรือไม่ เพราะสิ่งที่ส่งผลต่อการใช้งานภายในบ้านมากกว่าคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับโดยสมบูรณ์

เมื่อไฟดับ โซลาร์เซลล์ช่วยได้หรือไม่

นี่คือจุดที่เจ้าของบ้านจำนวนมากมักเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะการมีแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาไม่ได้หมายความว่าบ้านจะมีไฟใช้ทุกครั้งที่ไฟฟ้าดับ

คำตอบขึ้นอยู่กับประเภทของระบบที่ติดตั้งไว้ตั้งแต่แรก

On-Grid Solar — เมื่อไฟดับ ระบบจะหยุดทำงาน

ระบบ On-Grid หรือ Grid-Tied เป็นระบบโซลาร์เซลล์ที่ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า ไฟที่ผลิตได้จากแผงจะถูกแปลงเป็นไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในบ้าน โดยมีไฟจากระบบกริดช่วยจ่ายในช่วงที่แผงผลิตไฟไม่เพียงพอ

เมื่อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับ ระบบ On-Grid จะหยุดจ่ายไฟโดยอัตโนมัติ

การหยุดทำงานนี้ไม่ใช่ความผิดปกติของระบบ แต่เป็นกลไกด้านความปลอดภัยที่เรียกว่า Anti-Islanding ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ไหลย้อนออกไปยังสายส่งภายนอก ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบหรือซ่อมแซมระบบไฟฟ้า

ดังนั้น แม้ในช่วงเวลาที่มีแสงแดดและแผงสามารถผลิตไฟได้ ระบบ On-Grid ทั่วไปก็ไม่สามารถจ่ายไฟให้บ้านได้เมื่อระบบไฟฟ้าหลักดับ

ผลลัพธ์คือ บ้านยังคงไฟดับไม่ต่างจากบ้านที่ไม่ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์

Hybrid Solar พร้อม Battery — ไฟดับ บ้านยังมีไฟใช้

ระบบ Hybrid Solar เป็นระบบที่ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่สำหรับจัดเก็บพลังงาน ในช่วงที่แผงผลิตไฟได้ ระบบจะนำพลังงานมาใช้ภายในบ้าน พร้อมชาร์จพลังงานส่วนหนึ่งเก็บไว้ในแบตเตอรี่

เมื่อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับ ระบบสามารถสลับไปใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เพื่อจ่ายไฟให้กับวงจรหรืออุปกรณ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น แสงสว่าง ตู้เย็น ระบบอินเทอร์เน็ต หรือระบบรักษาความปลอดภัย

ระบบ Hybrid หลายรุ่นสามารถสลับแหล่งจ่ายไฟได้อย่างรวดเร็ว แต่อุปกรณ์บางประเภทที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟอาจต้องพิจารณาระยะเวลาการสลับของอินเวอร์เตอร์แต่ละรุ่นเพิ่มเติม

จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การมีแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องออกแบบทั้งขนาดแบตเตอรี่ กำลังของอินเวอร์เตอร์ และวงจรไฟฟ้าที่ต้องการสำรองให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงของบ้าน

Battery Backup ช่วยอะไรได้บ้างเมื่อไฟดับ

เมื่อบ้านมีระบบ Battery Backup อุปกรณ์ที่ยังสามารถใช้งานได้ระหว่างไฟดับจะขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่ กำลังจ่ายของอินเวอร์เตอร์ และปริมาณไฟฟ้าที่อุปกรณ์แต่ละชนิดใช้

ระบบที่ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสมอาจรองรับอุปกรณ์พื้นฐานภายในบ้านได้ เช่น

– แสงสว่างในพื้นที่จำเป็น
– ตู้เย็นและตู้แช่
– Wi-Fi Router และอุปกรณ์เครือข่าย
– โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสาร
– กล้องวงจรปิด
– ระบบกันขโมย
– Video Door Phone
– ระบบ Smart Home และอุปกรณ์ควบคุมส่วนกลาง

ระยะเวลาที่ใช้งานได้อาจแตกต่างกันตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่และจำนวนอุปกรณ์ที่เปิดใช้งานในช่วงไฟดับ

หากไฟดับในช่วงกลางวันและระบบได้รับการออกแบบให้รองรับการทำงานในโหมดสำรอง แผงโซลาร์เซลล์อาจยังช่วยผลิตไฟสำหรับจ่ายให้กับบ้านและชาร์จแบตเตอรี่ได้ ทำให้ระยะเวลาการใช้งานยาวนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฝนตกหนักหรือมีเมฆหนา กำลังผลิตจากแผงจะลดลง ผู้ใช้งานจึงควรควบคุมโหลดและเลือกใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นก่อน เพื่อรักษาพลังงานในแบตเตอรี่ให้เพียงพอจนกว่าไฟฟ้าจะกลับมา

Hybrid Solar แตกต่างจาก UPS อย่างไร

UPS ทั่วไปถูกออกแบบมาเพื่อจ่ายไฟสำรองให้กับอุปกรณ์เฉพาะ เช่น คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย หรืออุปกรณ์สำนักงาน โดยใช้พลังงานที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่

เมื่อไฟดับ UPS จะเริ่มจ่ายไฟทันที แต่ระยะเวลาการใช้งานมักค่อนข้างจำกัด และเมื่อแบตเตอรี่หมด จำเป็นต้องรอให้ไฟฟ้ากลับมาเพื่อชาร์จใหม่

ระบบ Hybrid Solar พร้อม Battery มีขอบเขตการทำงานที่กว้างกว่า เพราะสามารถรับพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์มาใช้ภายในบ้านและชาร์จแบตเตอรี่ได้

หากยังมีแสงเพียงพอในช่วงที่ไฟดับ ระบบจึงอาจผลิตพลังงานเพิ่มได้ ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะไฟที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่ก่อนเกิดเหตุเท่านั้น

แต่ประสิทธิภาพของระบบยังขึ้นอยู่กับการออกแบบ การตั้งค่าอินเวอร์เตอร์ และสภาพอากาศในขณะนั้น จึงควรประเมินจากการใช้งานจริงของแต่ละบ้าน ไม่ควรเปรียบเทียบจากขนาดแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว

ควรเลือกระบบแบบไหน

หากวัตถุประสงค์หลักคือการลดค่าไฟ และบ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้ามีความเสถียร ไม่ค่อยเกิดไฟดับ ระบบ On-Grid อาจเพียงพอและมีต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่าระบบที่มีแบตเตอรี่

แต่หากบ้านอยู่ในพื้นที่ที่ไฟดับบ่อย โดยเฉพาะในช่วงมรสุม หรือมีอุปกรณ์ที่ควรทำงานต่อเนื่อง ระบบ Hybrid Solar พร้อม Battery Backup จะตอบโจทย์ได้มากกว่า

ตัวอย่างบ้านที่ควรพิจารณาระบบสำรองไฟอย่างจริงจัง ได้แก่

– บ้านที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก
– บ้านที่มีระบบ Smart Home
– บ้านที่มีกล้องวงจรปิดและระบบรักษาความปลอดภัย
– บ้านที่มี NAS Server หรืออุปกรณ์เครือข่าย
– บ้านที่ทำงานจากที่พักอาศัย
– บ้านที่มีตู้แช่หรืออุปกรณ์ที่ไม่ควรถูกตัดไฟเป็นเวลานาน
– บ้านพักตากอากาศหรือวิลล่าที่ต้องควบคุมและตรวจสอบจากระยะไกล

ก่อนตัดสินใจติดตั้ง ควรพิจารณาอย่างน้อย 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ โหลดไฟที่ต้องการสำรอง ระยะเวลาที่ต้องการให้ระบบทำงาน ขนาดพื้นที่สำหรับติดตั้งแผง และงบประมาณ

สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทั้งกำลังของอินเวอร์เตอร์ ขนาดของระบบโซลาร์เซลล์ ความจุแบตเตอรี่ และรูปแบบวงจรสำรองที่เหมาะสม

ระบบที่ดีจึงไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “ต้องใช้แบตเตอรี่กี่กิโลวัตต์ชั่วโมง” เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการสำรวจว่า เมื่อไฟดับ บ้านต้องการให้อุปกรณ์ใดทำงานต่อ และต้องการใช้งานได้นานเพียงใด

สรุป

ระบบโซลาร์เซลล์แบบ On-Grid ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าและช่วยประหยัดค่าไฟในวันปกติ แต่เมื่อไฟฟ้าดับ ระบบจะหยุดทำงานตามกลไกความปลอดภัย บ้านจึงยังคงไฟดับ

ส่วนระบบ Hybrid Solar พร้อม Battery Backup ถูกออกแบบมาให้รองรับทั้งการลดค่าไฟในชีวิตประจำวัน และการจ่ายไฟสำรองเมื่อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าขัดข้อง

อย่างไรก็ตาม การมีแบตเตอรี่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้อุปกรณ์ทุกชนิดภายในบ้านได้อย่างไม่จำกัด ประสิทธิภาพของระบบขึ้นอยู่กับการเลือกขนาดแบตเตอรี่ กำลังอินเวอร์เตอร์ การจัดวงจรสำรอง และพฤติกรรมการใช้ไฟของบ้านแต่ละหลัง

สำหรับเจ้าของบ้านในภาคใต้ที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนัก พายุ ฟ้าคะนอง และเหตุไฟดับในช่วงมรสุม การเลือกระบบให้รองรับสถานการณ์เหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มอุปกรณ์เสริม แต่เป็นการวางแผนระบบพลังงานของบ้านให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานจริงในระยะยาว

Discover more from Connext Living

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading